หัวเสีย -*-

posted on 23 Nov 2009 12:19 by iceage

ทำงา่นไปนาน ๆ เจอลูกค้าหลายแบบ ระดับความอดทนก็เริ่มตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา

ทั้งนี้ทั้งนั้น สาเหตุจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเหล่าลูกค้าผู้ป่วยทั้งหลายแหล่

ก็เลยสรุปลองหาสาเหตุที่ทำให้ความอดทนต่ำ ปวดตับ ไต ไส้ ติ่ง มาดู

แล้วค้นพบว่าชาวต่างชาติเป็นตัวการหลักของปัญหานี้เลย

ลองมาดูว่าคนไทยกับฝรั่งต่างกันยังไงบ้างดีกว่า

 

ลูกค้าฝรั่งจะสนใจปริมาณตัวยาสำคัญมากกว่าคนไทย (คนไทยส่วนใหญ่ดูแต่ชื่อยา)

จนบางครั้งมันก็เล่นดูแต่ปริมาณยา จนไม่สนใจตัวยาเลย  

เช่นว่า  ยาตัวนี้ 10 mg   ยาอีกตัว 1 mg  บอกว่ายาตัวแรกแรงกว่าอีกตัวเยอะมาก ๆ เลยสิ

(แล้วพาราที่พี่กินไป 500 mg มันแรงกว่านี้ 500 เท่าเรอะ!!! )

แต่อีกรายหนักกว่านั้น 

มาบอกว่า

ยาร้านนู้น 100 mg ไม่กี่ร้อยเอง   ยาร้านยูทำไม  20 mg  ขายตั้งเกือบพัน

(คุณเมิงไม่แหกตาอ่านชื่อยาเลยนะ  )

แล้วพออธิบายมันก็หันไปคุยกับเพื่อนมัน ไม่สนใจอีกนะ

เอาเข้าไป ๆ ๆ ๆ ๆ

 

อีกเรื่องเป็นประเภทยาที่ชอบใช้กัน

คนไทยเราส่วนใหญ่ปวดหัวอะไรก็คิดถึง ยาพาราไว้ก่อน คือมีประมาณ 80-100% ที่หา

แต่เหล่าชาวต่างชาิติ ร้อยละ 60 จะหา โคดิอีน -*-  เอากะมันสิ....

เรื่องใช้ยาแรง ๆ แบบโอเวอร์ ๆ นี่ไทยสู้ไม่ได้เลยครับพี่น้อง

เวลานอนไม่หลับบ้านเราก็จะใช้พวก antihistamine หรือยาแก้แพ้ ที่มีผลข้างเคียงทำให้ง่วงเป็นหลัก

แต่เจอมิสเตอร์ถามหาแต่ละอย่าง Domicum งี้   Rohypnol งี้  (เอาง่า่ย ๆ ว่ายานอนหลับแบบแรงอ่ะนะ)

แล้วยังมีหาแบบ "I want drug to keep me waking."

น่าน....

(ก็ยากระตุ้นทั้งหลายนั้นแหละ)

พวกเมิงนี้......

จะนอนก็ใช้ยา  จะตื่นก็ใช้ยา

จะกินอะไรกันนักหนา

กลุ่มพวกนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่  เพราะบอกไปว่า

ไม่มี ไม่เถียง ไม่อธิบาย ไม่พูดต่อ  อหิสาโลด  ก็จบ   ไม่เหมือนพวกห่านที่เรื่องก่อนหน้านี้

 

ส่วนอันสุดท้าย(ที่นึกออกตอนนี้) เป็นเรื่องรมณ์เสียสุดยอดประจำปีนี้เลยก็ว่าได้

...

.....

"Do u know about medicine?"

ไม่ขออธิบายไรมาก  เพราะจะหยาบคายจนเสื่อมเสียถึงวิชาชีพได้

 

ลองนึกว่าตัวเองเป็นหมอผ่าตัด ยืนชุดเขียว ถือมีดอยู่  

แล้วมีใครก็ไม่รู้ หน้าตาโง่ๆ งั้น ๆ เดินเข้ามาถามว่า

"ผ่าเป็นมั้ย?"

คุณจะรู้สึกยังไงครับบบบบบ

 

หรือเป็นโปรแกรมเมอร์นั่งทำงานอยู่หน้าคอม

มีคนห่านอะไรไม่รู้ โผล่มาจากด้านหลัง ถามว่า

"ใช้คอมเป็นป่ะ?"

จะคิดยังไงครับบบบบบบ

 

ปล.

ผลการค้นหาคำว่า "medicine"

medicine (1) - N - แพทยศาสตร์

medicine (2) - N - ยารักษาโรค

medicine (3) - N - การบำบัดโรคด้วยยา

อยากแปลเป็นอันแรกอยู่นะ แต่คำถามหลังจากนั้น ......  ทำใจให้แปลแบบนั้นไม่ได้ว่ะ   

เข้าร้านยาให้ปลอดภัย

posted on 08 Aug 2009 16:07 by iceage

ขึ้นหัวเรื่องกันอย่างนี้ก็แน่นอนแล้วว่างานนี้เน้นสาระ

ใน  เข้าร้านยาให้ปลอดภัย (ทั้งผู้ป่วยและเภสัข)

ที่ต้องวงเล็บว่าทั้งผู้ป่วยและเภสัช ก็เพราะถ้าเกิดปัญหาจากการใช้ยาขึ้นมางานก็เข้ากันทั้งคู่นะคร้าบ

ผู้ป่วยได้ยาผิดโรค ผิดขนาด แทนที่จะหาย อาจจะได้เพิ่มมาอีกอย่าง

เภสัชก็งานเข้า เพราะซักประวัติไม่ละเอียด

จริงอยู่ว่าตัวเภสัชควรจะถามให้ละเอียด ครบทุกข้อ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดนี้ขึ้น

แต่บางกรณีเจอเภสัชพูดไม่ค่อยเก่ง (แต่รักหมดใจ) จะถามให้ละเอียดก็กลัวจะได้เรื่อง

โดนตบ ณ เค้าเตอร์ยา

 

ข้อมูลสำคัญ ๆ ที่ต้องรู้และเข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย ก็มี

 

1. ใครเป็นคนใช้ :  ที่ต้องถาม ไม่ใช่ว่าอยากรู้อยากเห็น ว่าคนตรงหน้านี้หรือเปล่า ที่เป็นกลากเกลื้อน

เชื้อรา หิด เหา แต่อย่างใด   แต่จุดประสงค์ของคำถาม คือ เป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนแก่  ไม่อย่างนั้น

จะเกิดปัญหาเรื่องยาผิดขนาดเอาง่าย ๆ  

อันนี้ตอนเรียนถ้าไม่ได้ถาม ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงกันเลยทีเดียว เพราะจ่ายยาผิดคน 

แต่มีบางเคสซักไปซักมา บอกว่า ซื้อไปให้แมว

ขอบอกกันเลยนะ ว่าคณะเภสัชศาสตร์เค้าไ่ม่ได้สอนการใช้ยาในสัตว์เลยแม้แต่นิดเดียวคร้าบบ

อย่าได้คิดว่าเภสัชกรจะสามารถจ่ายยาให้สัตว์ได้ถูกต้องเชียว

แล้วยาสัตว์ กับยาคน ก็เอามาใช้แทนกันไม่ได้ด้วย 

ขอเตือนเท่าที่รู้ว่า....

อย่าให้ยา paracetamol กับแมว....นะจ๊ะ 

รายละเอียดถาม google โลด 

ที่บอกว่าสำคัญมาก  อาจมีคนสงสัยว่าแล้วทำไมไม่ถามทุกครั้งไปเลยล่ะ..

อาจเหมือนแถ แต่ลองนึกเล่น ๆ ดูสักสถานการณ์

     she  :  ขอซื้อซีม่าทา กลาก เกลื้อน ค่ะ

      i      :  ใช้เองหรือเปล่าครับ

    she  :   (    )

     i      :  

 

 

2. ท้องอยู่มั้ย ? :  อันนี้คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก 

ผู้ชายลองนึกว่าเป็นคนถาม

ผู้หญิงลองนึกว่าเป็นคนถูกถาม

ว่า.....

"ท้องอยู่มั้ยครับ"   ทั้ง ๆ ที่คนนั้นไม่ได้ท้อง

จะได้ผลยังไง

คนไม่เคยท้อง และไม่เคยทำใครท้อง    ถ้าท้องไม่กี่เดือนบางทีก็ดูไม่ออกนะคร้าบบบ

ถ้าท้องแล้วเล็งเห็นว่าตนเองยังผอม หุ่นดีอยู่  สามารถช่วยเหลือได้โดยการถามว่า

"ยานี้จะเป็นอันตรายกับเด็กในท้องมั้ย"  ได้นะคับ

แต่เคสที่จ่ายยาอันตรายกับคนท้อง ยังไงก็ต้องถามล่ะนะ

พอถามเสร็จก็ต้องอธิบายกันไป ว่ายาตัวนี้เค้าห้ามใช้ในคนท้องนะ  เพราะถ้าใช้ไปอาจทำให้ดีเลย์การคลอด

อาจทำให้ลูกพิการได้ บลา บลา บรา....  

คนมาซื้อยาก็อาจงง ๆ ว่าแล้วมาบอกทำไม ก็ไม่ได้ท้องนี่นา

จริง ๆ เป็นการบอกเพื่อกันการโดนตบ และโดนด่า เ -ือก ในใจครับ  

 

3. แพ้ยาอะไรมั้ย :คำถามนี้ก็จะได้ถามเวลาจ่ายยาที่มีรายงานการแพ้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เท่านั้น

เช่น amoxicillin ( รวมถึงลงท้ายด้วย -cillin ทุกตัว )

เพราะถ้าไปซื้อยาแก้ปวด  แต่ไม่ได้บอกว่าแพ้พารา  นี่ก็งานเข้าละค้าบ 

เนื่องจากเปอร์เซ็นเจอน้อยมากเกินกว่าจะถามทุกเคสที่จ่ายพารา

 

 

4. ทานยาอะไรประจำอยู่หรือเปล่า  :  ในที่นี้รวมทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรืออื่นใดรวมไปทั้งหมด

เช่น  ยาความดัน  เบาหวาน  gout (สะกดไทยไม่ถูก )  โรคกระเพาะ  แคลเซี่ยม ยาคุม ฯลฯ

ตัวอย่าง เช่น  ยาคุม กับยาฆ่าเชื้อราบางตัว (ระดับยาคุมตก คุมไม่ได้ผลนะเอ้อ) , 

แคลเซี่ยมกับยาฆ่าเชื้อแบคทีเีรียบางตัว (มันจะไปจับกันเองแล้วทำไรไม่ได้ ปล่อยไว้ให้เชื้อดูเล่น)

 

2 ข้อแรก ยาวไปหน่อย  หลัง ๆ เลยเหลือสั้นนิดเดียว 

ไว้คิดอะไรออกค่อยใส่เพิ่มอีกทีละกันเน่อ

เล่นกะเค้าซักหน่อย

posted on 04 Aug 2009 23:42 by iceage

ไปได้มาในเฟสบุ้ค  เลยแอบเอามาแปะกันฝุ่นเกาะบลอคซักหน่อย

 

นี่มันยากกว่าที่เห็นนะ!

ก๊อปปี้คำถามพวกนี้ไปที่โน้ตของคุณ ลบคำตอบฉันออกไปซะ

ใส่คำตอบของคุณเองลงไป และหลังจากนั้นจะแท็กเพื่อนกี่คนก็ได้

ใช้ตัวพยัญชนะแรกของชื่อคุณในการตอบคำถามต่อไปนี้ และต้องตอบเป็นความจริง อย่ามั่ว!
 
ถ้าคนก่อนหน้าคุณใช้พยัญชนะเดียวกัน คุณต้องตอบให้ไม่เหมือนเดิม
 
อย่าใช้คำซ้ำ แล้วก็อย่าใส่ชื่อตัวเองลงไปในข้อ 3 หรือ 4 ล่ะ


1. ชื่ออะไร: เอ้

2. คำสี่ตัวอักษร: อะไร

3. ชื่อผู้ชาย: ไอซ์

4. ชื่อผู้หญิง: อ้อม

5. อาชีพ: อาจารย์

6. สี: ออกฟ้า ๆ

7. สิ่งที่ใส่ไว้บนร่างกาย: อามเลท

8. อาหาร: อลาสก้า แครป

9. ของที่เจอได้ในห้องน้ำ: อี้้

10. สถานที่: อ่างทอง

11. เหตุผลที่มาสาย: อาบน้ำนานไปหน่อย

12. คำที่ตะโกนออกมา: อ๊ากกกกก

13. ชื่อหนัง: อามาเกดอน

14. เครื่องดื่ม : โอวันติน

15. วงดนตรี: แอโร่สมิท

16. สัตว์: โอ้ว.....แมว

17. ชื่อถนน: เอกมัย

18. รุ่นรถ: อัลติมา

19. ชื่อเพลง: อะไรก็ยอม

20. คำกริยา: แอบหลับ
 
แอบแก้ข้อ 18 ให้เป็นรถที่บ้านดีก่า

edit @ 8 Aug 2009 15:52:32 by icicle

เมื่อคืนหัวค่ำเจอรายการช่อง 9 พูดเกี่ยวกับยาทำแท้ง

เล่นโชว์กันจะ ๆ เลยนะชื่อยาน่ะ

บอกคำค้นหาใน google เรียบร้อยอีกต่างหาก

บัดซบจนไม่รู้จะว่าไงดี 

ไอคนที่อยากได้แต่ไม่รู้จะไปหาจากไหนก็จะได้มาเพราะทีวีนี่ล่ะ

ไม่ได้รู้สึกกันเลยว่าตัวเองมีส่วนทำลายสังคมมากแค่ไหน

ไหนจะที่โดนเค้าหลอกเรื่องไข่ปลอม ก็ไม่ออกมาแก้ข่าวอีก  

 เห็นแล้วงุงิ

ตอนเด็ก ๆ เคยมีคนพูดว่า

ตอนนี้สายตาสั้น   แต่พอแก่ไปแล้วสายตายาว   มันก็หักลบกันเป็นสายตาปกติ

ไอเราก็หลงเชื่อไป

 

สายตาสั้นมองใกล้ ๆ ชัด  

สายตายาวมองไกล ๆ ชัด

เออ..มันรวมกันก็น่าจะชัดทั้งใกล้ ไกลนี่นะ

ตอนนั้นคิดงี้ไปได้นะ

 

แต่ว่าถ้าเป็น

สายตาสั้นมองไกลไม่ชัด

สายตายาวมองใกล้ไม่ชัด

พอรวมกันมันก็ไม่ชัดทั้งหมดนี่  




แบบว่าไม่รู้จะอัพไรดี  แต่ก็ต้องเอาบลอคมาปัดฝุ่นกะเค้าสักหน่อย  (เริ่มระลึกความหลังเป็นสัญญาณแก่เปล่าเนี่ย)

 

ช่วงนี้หวัดระบาด   ฝนตกบ่อย   ช่วย ๆ กันดูแลสุขภาพตัวเอง  คนรอบข้าง และคนที่คุณรักกันนะคร้าบบบ

มีปัญหาปรึกษาเภสัช - -

posted on 21 May 2009 17:44 by iceage

ก็มีคนบอกว่าถ้ามีปัญหาให้ปรึกษาเภสัช

แต่แบบว่า บางทีก็นะ...

วันก่อน ...

มีฝรั่งเดินเข้าร้านมาถาม

He :  ถ้าจะขึ้นรถเพื่อเข้าไปในเมืองนี่ จะไปขึ้นได้ที่ไหนหรอ (Eng  C+   translator )

I : เอ่อ ...  ไม่รู้ครับ ผมเพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่วัน

แล้วเค้าก็เดินจากไปอย่างสงบ ...

แต่ทิ้งความงงเอาไว้

คือทำไมพี่ไม่ถามรถตุ้ก ๆ ที่จอดอยู่ข้างหน้าสี่ห้าคันล่ะคับ

ไหนจะร้านเสื้อ ร้านซีดี ที่พี่เดินผ่านมาอีก

ทำไมต้องเป็นร้านยาเนี่ย .. 

 

แล้วที่เจอบ่อยสักหน่อย

She :  Do u have sim card?

I    :  No.  (ไม่อยากต่อยาวเนื่องจากอ่อนทั้งแกรมม่า  อัลฟ่า และเบต้า)

She : Where i can fly?  (เค้าคงไม่ได้หมายถึงฟลายนี้มั้ง )

I   :  I don't know.

She :  Ok.

มาดามเล่นมาหาซิมการ์ดในร้านยากันเลยทีเดียว  

ถ้าบัตรเติมเงิน หรือบัตรโทรข้ามประเทศก็พอมีหรอกนะ

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

ทีแรกกะว่าจะเก็บไว้ก่อน พอมีเยอะ ๆ ค่อยส่งชิงโชค .... เอ้ย  ค่อยเขียน

แต่ดูท่า  นาน ๆ มีเลยลงไปเลยดีกว่า

บอกไว้ก่อนเลยว่า  ไม่ได้เจอด้วยตัวเอง

เค้าเล่ามา

จริงหรือมั่ว

ชัวร์หรือไม่

ไม่รู้ 

 

ลูกค้า   : เอ่อ...ขอซื้อนอร์ติลุสค่ะ

เภสัช  :  อะ....อะไรนะครับ

ลูกค้า  :  นอร์ติลุสค่ะ

เภสัช  :  พรีโมลูสเปล่าครับ

ลูกค้า  :  ที่ใช้คุมแบบฉุกเฉินน่ะ

เภสัช  :  อ่อ   โพสตินอร์ใช่มั้ยครับ

ลูกค้า  :  เออ  นั่นแหละ ๆ 

เภสัช :   นี่ครับ......

      งานนี้เกิดเจ้แกได้นอติลุสไปจริง ๆ นี่ได้อิ่มกันทั้งแม่ ทั้งลูกเลยนะนั่น

 

 

ขงเบ้ง  กล่าวไว้ว่า..............

 

เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย

เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส

เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย

ดังนี้แล้ว ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะตน

 

พออ่านแล้วหลายคนอาจเห็นด้วย

แต่ผมขอแย้ง 2 ข้อ

 

ข้อแรก

 ผมกลับมองว่าพรสวรรค์ของคน  มีค่าเหนือกว่าพรแสวง

มีบางอย่างที่คนบางคนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

ในขณะที่อีกคนพยายามทั้งชีวิต ก็ยังไม่รู้จะำทำได้หรือเปล่า

 ความพยายามไม่ว่าใครก็มีได้

แต่ความสามารถเฉพาะตัวบางอย่าง มันสร้างไม่ได้

 ผมไม่เชื่อว่า

หลุยย์ ปาสเตอร์ จะค้นพบแรงโน้มถ่วง

ถึงแม้จะพยายามเท่านิวตัน

แล้วนิวตัน จะค้นพบ penicillin

ด้วยความพยายามที่เท่ากับหรือมากกว่า หลุยย์

 คนที่พยายาม จะเหนือกว่าคนที่มีพรสวรรค์ได้

ก็คงเฉพาะเมื่อเทียบกับคนมีพรสวรรค์ แต่ไม่เคยใช้

...............................

ไม่มีไรมาก

แค่อยากให้คนทำในสิ่งที่ถนัด

มากกว่าจะไปทำตามคนอื่นโดยไม่ดูตัวเอง

ก็แค่นั้น

 ---------------------------------------------------------------------------------------------

 

ข้อสอง

 

ขงเบ้งพูดไทยไม่ได้   

.

.

.

อย่ามามั่ว !!

 .

.

.

 

 

ฝนตก ฝนตก โลกร้อน

posted on 29 Mar 2009 19:54 by iceage

ฝนตกอยู่ได้ทุกวัน

 

อะไรกันนี่

 

ไหนบอกว่าโลกร้อนขึ้นทุกวัน

 

จริงหรือมั่ว
 
ชัวร์หรือไม่
 
 
ลองดูหลักฐานก่อน
 
ค่อยตัดสินใจ
 
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 

edit @ 29 Mar 2009 20:01:00 by icicle

เอนทรี่นี้ขอใส่สาระลงไปหน่อย......

เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมหมอถึงจ่ายยาบางตัวกินก่อนอาหาร บางตัวก็กินหลังอาหาร

จะกินเข้าไปพร้อมกันให้หมดได้มั้ย  คลุกข้าวกินได้มั้ย ผสมน้ำส้มสายชูกินได้มั้ย 

เติมผงชูรสได้มั้ย  ให้แมวกินแทนได้มั้ย

 

ทำไมต้องหลังอาหาร

            1. (น่าจะ) มากกว่า 50 เปอร์เซ็นของยาทั้งหมด เพื่อ กันลืม  เพราะมีคนลืมกินยาก่อนอาหาร

มากกว่าหลังอาหารแน่ ๆ 

           2. ยาตัวนั้นมันระคายเคืองกระเพาะอาหาร เช่น พวกยาถ่ายพยาธิบางตัว etc. 

ถ้ากินก่อนอาหาร อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นใส้อาเจียน เป็นได้  ถ้าเป็นแบบนี้มื้อไหนไม่กินข้าว

ก็ให้หาขนมปัง หรืออะไรรองท้องไว้ก็จะลดปัญหานี้ไปได้

           3. เพิ่มการดูดซึมยา  บางตัวพอมีอาหารแล้วมันก็จะช่วยให้ยาตัวนั้นดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีขึ้น

 

ทำไมต้องก่อนอาหาร

          1. ยาโดนกรดในกระเพาะทำลาย  เลยต้องกินซะก่อนที่น้ำย่อยจะหลั่งออกมา  เพราะไม่งั้น

โดนกรดทำลายหมด จะไม่เหลืออะไรซะ

          2. ยาลดการหลั่งกรด กินหลังจากกรดปล่อยออกมาแล้ว ก็คงช่วยอะไรมิได้ (แต่บางตัวก็ไปมีผลกับกรดโดนตรง เลยต้องกินหลังนะเอ้อ)

          3. อาหารลดการดูดซึมยา  อันนี้ก็ต้องกินก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที ให้ยามันดูดซึมเข้า

ร่างกายไปก่อน ถ้ากินแล้วกินข้าวตามเลย ก็ไม่ต่างอะไรกับกินหลังอาหารอยู่ดี

 

ปล. อาจมีมากกว่านี้ ถ้าคิดออกจะมาเพิ่ม 

 

จบซะละ

posted on 08 Mar 2009 21:11 by iceage
จบซะแล้วชีวิตมหาลัย
 
เรียนมา 5 ปี จะว่าเร็ว ก็เร็ว
 
จะว่าเหนื่อย ก็เหนื่อย
 
แล้วก็คงจะไม่ได้พบเพื่อน ๆ ในคณะบ่อย ๆ เหมือนที่เคยเจออีก
 
บางคนก็ได้ทำงานที่อยากทำไปละ
 
บางคนก็ยังหา ๆ อยู่
 
แต่เรายังไม่รู้จะทำอะไรดี
 
แย่จัง ๆ
 
เอาไงดีหว่า
 
เอาเป็นว่า
 
ใครมีงานให้เภสัชจบใหม่ทำมั่งมั้ยค้าบ
 
5 5 5 +
 
ต้องขอขอบคุณ เพื่อนผอง น้องพี่ ทั้งหลายแหล่  
 
ที่ช่วยพามาส่งจนจบ

 
ถ้าไม่มีชีสเลคเชอร์ชุดนั้น
 
ไม่มีคนเตือนให้ส่งงานหลาย ๆ ครั้ง
 
ไม่มีคนติวตอนสอบ compre
 
น่าว่าไม่จบ
 
5 5 5
 
 
 

edit @ 8 Mar 2009 21:19:20 by icicle